วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วิธีการทำปลาร้าสับสมุนไพรยายแอ๋ว

ผมจะบอกสูตร์และวิธีการทำนะครับ ง่ายๆ ทำตามนี้ก็จะได้ปลาร้าสับสมุนไพร ปรุงสุก รสแซบๆ ไว้รับประทานได้หลายวัน ครับ
ประกอบด้วย พืชผักสวนครัวพื้นบ้านเรา ดังนี้...
1. ข่า 300 กรัม
2. ตระไคร้ 1/2 กิโลกรัม
3. ใบมะกรูด 10 ใบ
4. หัวหอม 200 กรัม
5. กระเทียม 200 กรัม
6. พริกป่น 1 ขีด
7. น้ำมันพืช 3 ทับพีตักข้าว
8. เครื่องปรุงรส 2 ช้อน
9. ปลาร้าสับ 1 กิโลกรัม
10. มะขามเปียก 2 ช้อน
11. เกลือ 1 ช้อน


วิธีการทำ..
1. นำ ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูด ล้างให้สะอาด แล้วนำมาหั่นซอย
2. นำมาผัดรวมกันให้พอสุก แล้วเอามาตำให้พอแหลกคือไม่ต้องตำให้ละเอียด
3. เสร็จแล้วนำมาลงกระทะ พร้อมกับปลาร้า พริกป่น มะขามเปลียก เกลือ คลุกให้เข้ากัน ผัดให้สุก

ทำตามนี้นะครับ รับประกันความแซบ
สอบถามวิธีการทำได้นะครับ ติดต่อได้ที่ไลน์ผมข้างล่างนี้ครับ
หรือถ้าไม่อยากทำเองก็สั่งซื้อได้ครับ
จำหน่ายกระปุ๊กละ 20 บาท
สั่งซื้อขั้นต่ำ1โหล
ค่าส่งภายในประเทศ 60บาทต่อ 1โหล
.........................................

ช่องทางการชำระเงิน:

1. Bitcoin Wallet : 33up1ywSk216CNqH2zhy4E9vNaKLszqMqM



2. Paypal : PayPal.Me/barwsarkaew

3. PromptPay : 0844662348

สนใจติดต่อ.....Line ID: BARW


วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560

การทำปลาย่าง ปลาเผาเกลือ แบบบ้านบ้าน

ใช้ปลานิลหรือปลาช้อน ก็ได้ เลือกเอาตัวโตๆ

สิ่งที่ต้องใช้ก็ไม่มีอะไรมาก เพราะปกติอุปกรณ์ของใช้ในครัวเรือนเรามีประจำอยู่แล้ว

1. ตระไคร้
2. ข่า
3. ใบมะกรูด
4. เกลือ
5. แป้งข้าวเจ้า หรือ แป้งข้าวเหนียว
6. ตระแกรงย่างปลา
7. เต่าถ่าน

วิธีทำ

1.ล้างปลาให้สะอาด ทั้งข้างนอกข้างใน คือ เอาเครื่องในปลากออกให้หมดแล้วล้างให้สะอาด

2.ทุบตระไคร้พอแตก ใส่ในปากปลา และ ใส่ตระไคร้ ข่า ใบมะกรูด ในท้องปลา
ตระไคร้ ข่า ใบมะกรูด ปั่นหรือหั่นเป็นฝอยๆก่อนก็จะดีมากครับ

3.ใช้เกลือทาตัวปลาให้ทั่ว ควรทาจากหางปลาขึ้นมาทางหัวปลา เพราะจะทำให้เกลือเข้าใต้เกล็ดปลา ทำให้เนื้อปลามีรสชาตอร่อย
การใช้เกลือทาตัวปลา ปกติเกลือจะไม่ค่อยติดตัวปลา ให้เราเอาเกลือผสมกับแป้ง ใส่น้ำนิดนึ่งแล้วคลุกกันให้ทั่ว จะทำให้เกลือติดตัวปลาได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อปลาไหม้ได้ด้วย



หลังจากนั้นก็ก่อไฟเตรียมย่างปลาได้เลยครับ
อย่าใช้ไฟแรงนะครับ เดี๋ยวปลาจะไหม้ก่อนสุก

เตรียมน้ำจิ่มรสแซ่บๆรอได้เลยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

การนึ่งข้าวเหนียว

ข้าวสวยกับข้าวเหนี่ยวหุ่งไม่เหมือนกันนะครับ
ไม่ง่ายเลยสำหรับคนที่ไม่เคยหุ่ง
เมื่อก่อนผมก็คิดว่าไม่ยาก
เคยทำตามที่ตัวเองเข้าใจจนหม้อนึ่งไหม้มาแล้ว ข้าวยังไม่สุกด้วย เรื่องจริงๆจะเล่าให้ฟัง

เช้าวันหนึ่งผมเตรียมอุปกรณ์การนึ่งข้าว ตั้งไฟ
พี่สาวเดินมาเจอพอดี ถามผมว่าจะทำอะไร
ผมบอกว่าจะนึ่งข้าว
พี่สาวบอกว่า ระวังหม้อไหม้นะ ถ้าหม้อไหม้แล้วต้องซื้อมาชดใช้นะ
ผมก็คิดว่ามันจะไหม้ได้ไงหว่า หม้อสเตนเลส หวดนึ่งข้าวก็ตั้งอยู่สูงกว่าไฟ
ผมจัดการยกหม้อนึ่งข้าวตั้งไฟ แล้วก็ไปนั่นทำนั่นนี่นุ้นอยู่พักหนึ่ง จนลืมไปว่าตนเองนึ่งข้าวไว้ นึกได้รีบเดินไปดู ไหม้จริงๆ ข้าวก็ไหม้ หวดก็ไหม้ น้ำในหม้อนึ่งแห้ง
สรุปวันนั้นไม่ได้กินข้าวเหนียวนึ่ง ต้องหุ่งข้าวสวย แล้วยังต้องไปตลาดหาซื้อหวดนึ่งข้าวมาแทนหม้อที่ทำไฟไหม้


วิธีการนึ่งข้าว

ล้างข้าวสารเหนียวให้สะอาดแล้วแช่ไว้ก่อนอย่างน้อย 3-4ชม. ปกติจะนิยมแช่ไว้ตอนหัวค่ำก่อนนอน จะทำให้ข้าวนิ่มและนึ่งสุกง่าย

สำคัญมากเลยนะครับ ..

1. ถ้าล้างข้าวสารไม่สะอาด ข้าวเมื่อสุกแล้วจะมีกลิ่นเหม็นอับของข้าว สังเกตได้ง่ายๆเวลาเราไปกินข้าวร้านไหนที่ข้าวมีกลิ่นอับๆ แสดงว่าก่อนแช่ข้าวสารไม่ได้ล้าง หรือล้างแต่ล้างแค่น้ำเดียว

2. ต้องแช่ข้าวสารไว้อย่างน้อย 3-4ชม. ถ้าน้อยกว่านี้ข้าวจะไม่สุก หรือสุกแต่แข็ง ไม่นิ่ม

เรื่องนี้ผมเคยสงสัยว่าทำไมต้องแช่ไว้นาน ไม่มีวิธีลัดเหรอ แล้วผมก็คิดว่าเราน่าจะเอาข้าวสารเหนี่ยวมาแช่น้ำอุ่นๆหรือน้ำร้อน ก่อนนึ่ง จะได้ไม่เสียเวลาแช่ข้าวนาน คิดแล้วผมก็ลงมือทำอย่างที่คิด ผลปรากฏว่า ข้าวนึ่งไม่สุกและยังแฉะติดกันทั้งหม้อเลย นึกออกไหม มันเล๊ะๆแฉะๆแต่ข้างในเม็ดข้าวไม่สุก