Blue House Website|Blue House Website

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ครัวสัมมากร



ร้านครัวสัมมากร

ขายน้ำพริกปลาร้าคั่ว
น้ำพริกกุ้งเสียบ
น้ำพริกปลาย่าง
น้ำพริกกะปิ
น้ำพริกตาแดง
น้ำพริกกุ้ง
ยำปลาดุกฟู
ปลาดุกฟูผัดพริกขิง
ปลาดุกชิ้นทอดกรอบ 3 รส
ปลาอินทรีย์ทรงเครื่อง

อยู่ตลาดสัมมากร ด้านหลังศูนย์การค้าสัมมากร เพลส
ถนนรามคำแหง( สุขาภิบาล 3 ) เขตสะพานสูง กทม.

ขายวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 05.00-12.00น.



วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วิธีการทำปลาร้าสับสมุนไพรยายแอ๋ว

ผมจะบอกสูตร์และวิธีการทำนะครับ ง่ายๆ ทำตามนี้ก็จะได้ปลาร้าสับสมุนไพร ปรุงสุก รสแซบๆ ไว้รับประทานได้หลายวัน ครับ
ประกอบด้วย พืชผักสวนครัวพื้นบ้านเรา ดังนี้...
1. ข่า 300 กรัม
2. ตระไคร้ 1/2 กิโลกรัม
3. ใบมะกรูด 10 ใบ
4. หัวหอม 200 กรัม
5. กระเทียม 200 กรัม
6. พริกป่น 1 ขีด
7. น้ำมันพืช 3 ทับพีตักข้าว
8. เครื่องปรุงรส 2 ช้อน
9. ปลาร้าสับ 1 กิโลกรัม
10. มะขามเปียก 2 ช้อน
11. เกลือ 1 ช้อน


วิธีการทำ..
1. นำ ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูด ล้างให้สะอาด แล้วนำมาหั่นซอย
2. นำมาผัดรวมกันให้พอสุก แล้วเอามาตำให้พอแหลกคือไม่ต้องตำให้ละเอียด
3. เสร็จแล้วนำมาลงกระทะ พร้อมกับปลาร้า พริกป่น มะขามเปลียก เกลือ คลุกให้เข้ากัน ผัดให้สุก

ทำตามนี้นะครับ รับประกันความแซบ


วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560

การทำปลาย่าง ปลาเผาเกลือ แบบบ้านบ้าน

ใช้ปลานิลหรือปลาช้อน ก็ได้ เลือกเอาตัวโตๆ

สิ่งที่ต้องใช้ก็ไม่มีอะไรมาก เพราะปกติอุปกรณ์ของใช้ในครัวเรือนเรามีประจำอยู่แล้ว

1. ตระไคร้
2. ข่า
3. ใบมะกรูด
4. เกลือ
5. แป้งข้าวเจ้า หรือ แป้งข้าวเหนียว
6. ตระแกรงย่างปลา
7. เต่าถ่าน

วิธีทำ

1.ล้างปลาให้สะอาด ทั้งข้างนอกข้างใน คือ เอาเครื่องในปลากออกให้หมดแล้วล้างให้สะอาด

2.ทุบตระไคร้พอแตก ใส่ในปากปลา และ ใส่ตระไคร้ ข่า ใบมะกรูด ในท้องปลา
ตระไคร้ ข่า ใบมะกรูด ปั่นหรือหั่นเป็นฝอยๆก่อนก็จะดีมากครับ

3.ใช้เกลือทาตัวปลาให้ทั่ว ควรทาจากหางปลาขึ้นมาทางหัวปลา เพราะจะทำให้เกลือเข้าใต้เกล็ดปลา ทำให้เนื้อปลามีรสชาตอร่อย
การใช้เกลือทาตัวปลา ปกติเกลือจะไม่ค่อยติดตัวปลา ให้เราเอาเกลือผสมกับแป้ง ใส่น้ำนิดนึ่งแล้วคลุกกันให้ทั่ว จะทำให้เกลือติดตัวปลาได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อปลาไหม้ได้ด้วย



หลังจากนั้นก็ก่อไฟเตรียมย่างปลาได้เลยครับ
อย่าใช้ไฟแรงนะครับ เดี๋ยวปลาจะไหม้ก่อนสุก

เตรียมน้ำจิ่มรสแซ่บๆรอได้เลยครับ



Blue House Website|Blue House Website

วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

การนึ่งข้าวเหนียว

ข้าวสวยกับข้าวเหนี่ยวหุ่งไม่เหมือนกันนะครับ
ไม่ง่ายเลยสำหรับคนที่ไม่เคยหุ่ง
เมื่อก่อนผมก็คิดว่าไม่ยาก
เคยทำตามที่ตัวเองเข้าใจจนหม้อนึ่งไหม้มาแล้ว ข้าวยังไม่สุกด้วย เรื่องจริงๆจะเล่าให้ฟัง

เช้าวันหนึ่งผมเตรียมอุปกรณ์การนึ่งข้าว ตั้งไฟ
พี่สาวเดินมาเจอพอดี ถามผมว่าจะทำอะไร
ผมบอกว่าจะนึ่งข้าว
พี่สาวบอกว่า ระวังหม้อไหม้นะ ถ้าหม้อไหม้แล้วต้องซื้อมาชดใช้นะ
ผมก็คิดว่ามันจะไหม้ได้ไงหว่า หม้อสเตนเลส หวดนึ่งข้าวก็ตั้งอยู่สูงกว่าไฟ
ผมจัดการยกหม้อนึ่งข้าวตั้งไฟ แล้วก็ไปนั่นทำนั่นนี่นุ้นอยู่พักหนึ่ง จนลืมไปว่าตนเองนึ่งข้าวไว้ นึกได้รีบเดินไปดู ไหม้จริงๆ ข้าวก็ไหม้ หวดก็ไหม้ น้ำในหม้อนึ่งแห้ง
สรุปวันนั้นไม่ได้กินข้าวเหนียวนึ่ง ต้องหุ่งข้าวสวย แล้วยังต้องไปตลาดหาซื้อหวดนึ่งข้าวมาแทนหม้อที่ทำไฟไหม้


วิธีการนึ่งข้าว

ล้างข้าวสารเหนียวให้สะอาดแล้วแช่ไว้ก่อนอย่างน้อย 3-4ชม. ปกติจะนิยมแช่ไว้ตอนหัวค่ำก่อนนอน จะทำให้ข้าวนิ่มและนึ่งสุกง่าย

สำคัญมากเลยนะครับ ..

1. ถ้าล้างข้าวสารไม่สะอาด ข้าวเมื่อสุกแล้วจะมีกลิ่นเหม็นอับของข้าว สังเกตได้ง่ายๆเวลาเราไปกินข้าวร้านไหนที่ข้าวมีกลิ่นอับๆ แสดงว่าก่อนแช่ข้าวสารไม่ได้ล้าง หรือล้างแต่ล้างแค่น้ำเดียว

2. ต้องแช่ข้าวสารไว้อย่างน้อย 3-4ชม. ถ้าน้อยกว่านี้ข้าวจะไม่สุก หรือสุกแต่แข็ง ไม่นิ่ม

เรื่องนี้ผมเคยสงสัยว่าทำไมต้องแช่ไว้นาน ไม่มีวิธีลัดเหรอ แล้วผมก็คิดว่าเราน่าจะเอาข้าวสารเหนี่ยวมาแช่น้ำอุ่นๆหรือน้ำร้อน ก่อนนึ่ง จะได้ไม่เสียเวลาแช่ข้าวนาน คิดแล้วผมก็ลงมือทำอย่างที่คิด ผลปรากฏว่า ข้าวนึ่งไม่สุกและยังแฉะติดกันทั้งหม้อเลย นึกออกไหม มันเล๊ะๆแฉะๆแต่ข้างในเม็ดข้าวไม่สุก

วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560

วิธีการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือ

จะซื้อโทรศัพท์มือถือสักเครื่อง ต้องเลือกให้ดีดีหน่อย
บางคนถึงกับกล่าวว่า.. " ซื้อโทรศัพท์มือถือ ก็เหมือนกับแต่งงาน มีคู่ครอง เพราะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน "

อื่ม..จริงสินะ
เพราะเดี๋ยวนี้คนเราติดมือถือ จะว่าตลอด 24ชม.ก็ว่าได้ ห่างไม่ได้ ลืมไม่ได้ ต้องจับ ต้องถือ ต้องดู พกติดตัวอยู่ตลอดเวลา

แล้วเราจะรู้ได้ไงหล่ะว่าเครื่องแบบไหนดี ?
ก่อนอื่นเราต้องถามตัวเองก่อนว่าครับว่า..เราต้องการโทรศัพท์มือถือมาทำอะไร ?

ถ้าจะเอามาใช้แค่ โทรออก รับสาย..
เอาแบบธรรมดา เครื่องหลักร้อยบาทก็พอครับ

ถ้าจะเอามาเล่นเฟสบุ๊ค เล่นไลน์ ถ่ายรูป และเล่นเกม
เอาแบบราคาเบาๆ เครื่องประมาณ 5,000 สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

ถ้าจะเอามาเพื่อทำงานจริงจัง
ต้องเอาเครื่องที่มีหน่วยความจำเยอะๆหน่อย แบตเตอรี่ต้องอึด ต้องทน ต้องนาน เพราะมือถือสมัยนี้ทำงานหนักมากกกก
เอาราคาเครื่องหลัก 10,000 บาทขึ้นไปครับ เดี๋ยวนี้มือถือดีดีที่เหมาะใช้ทำงาน ราคาหลักหมื่นต้นๆก็มีครับ

ส่วนตัวผมชอบรุ่นนี้ครับ Samsung Galaxy A9 Pro เครื่องแรง เร็ว แบตอึด ทน นาน ทำงานได้ทั้งวันหายห่วงครับ


ก่อนนำเครื่องกลับบ้านควรตรวจสอบเครื่องก่อนครับ

1. เช็ครอบๆกล่อง มั่นใจว่าไม่มีรอยฉีก รอยยุบ
2. ตรวจสอบความสมบูรณ์รอบๆตัวเครื่อง มั่นใจว่าไม่มีรอยขีด รอยแตก
3. ตรวจสอบอุปกรณ์ของแถม ที่มีในกล่อง เช่น สายชาร์ต หูฟัง
4. ตรวจเลข IMEI #06# ว่าตรงกับที่ระบุไว้ข้างกล่องหรือไม่


วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560

ขายของออนไลน์ เริ่มต้นอย่างไรดี ?

เอาประสบการณ์จริงๆของผม มาเล่าสู่กันฟังครับ หวังว่าคงจะมีประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังคิดอยากทำออนไลน์ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี

เมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่เฟสบุ๊คยังไม่ได้เข้ามาเมืองไทย หรืออาจจะเริ่มเข้ามาแต่ผมยังไม่รู้จัก
ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ( พักอยู่แมนชั่นเดียวกัน )
เขาเล่าให้ฟังว่า เอาสินค้านำเข้า ประเภทเครื่องสำอางค์ มาขายออนไลน์ ขายดิบขายดีมาก ประสบความสำเร็จมีรายได้เดือนละหลายๆหมื่น ถึงแสนกว่าบาท
ผมฟังเพื่อนเล่าแล้วก็อยากทำมั้ง เพราะเบื่องานประจำ
แต่ปัญหาของผมคือ..
...ผมไม่มีความรู้เรื่องอินเตอร์เน็ต
...ผมใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น
...ผมไม่มีทุนมากพอที่จะเริ่มต้น
...ผมไม่มีความรู้เรื่องสินค้า ไม่รู้จะเอาสินค้าอะไรมาขาย

ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถหยุดความฝันผมได้ ความฝันของผมคือ..
ฝันว่านั่งทำงานที่ไหนก็ได้...
...ร้านกาแฟ
...ศูนย์การค้า
...สถานที่พักตากอากาศ
เพียงแค่เรามีคอมพิวเตอร์โน๊คบุ๊คเครื่องหนึ่งที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน๊ตได้

ผมเริ่มดำเนินการตามฝัน ด้วยการหาความรู้จากร้านหนังสือ ทุกครั้งที่มีเวลาผมจะอยู่ที่ร้านหนังสือ เพื่อค้นหาเรื่องที่ผมอยากรู้ ถ้าหนังสือเล่มไหนมีข้อมูลตรงกับที่อยากรู้มากพอผมก็จะซื้อมาอ่าน

ในที่สุดผมก็ค้นพบช่องทางการค้าขายออนไลน์ที่ง่ายที่สุด ง่ายกว่าวิธีที่เพื่อนผมทำ
นั่นก็คือ Affiliate Program เป็นวิธีสร้างรายได้ออนไลน์ที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องลงทุน ไม่มีความเสี่ยง สามารถสร้างรายได้ได้ตลอดไปอย่างต่อเนื่อง


ร้านค้าออนไลน์ของผมครับ เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต http://ho.lazada.co.th/SHNi4g

Affiliate Program เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าร่วมได้ แต่มีเงื่อนไขว่าเราต้องมีเว็บไซต์ หรือ บล็อก
...เราไม่ต้องมีสินค้าเอง
...เราไม่ต้องสะต็อกสินค้า
...เราไม่ต้องส่งสินค้า
เราแค่เอาลิ้งค์สินค้า มาวางขายที่เว็บไซต์ของเรา
เว็บไซต์เราทำไม่เป็น หรือไม่มีทุนจ้างโปรแกรมเมอร์ทำ เราก็ทำ Blogs แทนได้

ผมซื้อคอมพิวเตอร์โน๊คบุ๊คเครื่องหนึ่ง และหนังสือวิธีการทำบล็อกเกอร์
โน๊คบุ๊คผมก็ยังใช้ไม่เป็น ผมก็ซื้อคู่มือการใช้มาเปิดดูวิธีการใช้
อ่านหนังสือผ่านๆรอบหนึ่งก่อน ก่อนเปิดหนังสือทำ

ก่อนอื่นเราต้องมี E-Mail ก่อนนะครับ
E-Mail เปรียบเสมือนที่อยู่ของเราบนโลกออนไลน์
ขอแนะนำให้ใช้ Gmail เท่านั้นนะครับ เพราะอะไรเหรอ ก็เพราะเราต้องทำบล็อก Blogs เป็นของ Google
YouTube ก็เป็นของ Google สมาร์ทโฟนก็ใช้โปรแกรมแอนดรอยของกูเกิ้ล

ช่วงแรกๆที่ผมทำ Blogs ทำหลาย Blogs มาก( คงร้อนวิชา ) แต่ลบออกเพราะโปรโมทไม่ไหว ปัจจุบันเหลืออยู่ 5-6 Blogs คือ..
1.Online of Future บล็อกนี้จะเป็นบล็อกแรกๆที่หัดเขียนหัดทำ สับเพเหละ มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง ที่อยากจะเขียน เหมือนไดอารี่
2.NB Entertainment บล็อกนี้ทำตอนหัดเล่นเฟสบุ๊ค
3.Book Online บล็อกนี้จะรวบรวมเรื่องพืชพักสวนครัว เป็นคลังความรู้
4.Plarasub บล็อกนี้จะเขียนเกี่ยวกับปลาร้า
5.Pageqq Online Team บล็อกนี้เพิ่งทำครับ ไว้โปรโมทหาทีมงาน ทำงานออนไลน์ผ่านโซเชี่ยล



Blogs คือ เว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ที่นำเสนอเรื่องรางเป็นบทความหรือ Contents ที่เราอยากเขียน
มือใหม่ เริ่มทำค้าขายออนไลน์ ควรเริ่มด้วย Blogs นะครับ
ข้อดีของ Blogs คือ ..
...ไม่ต้องเสียค่าจดโดเมนเนม
...ใช้ได้ตลอดชีวิต ไม่มีวันหมดอายุ
...สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเว็บไซต์ได้เมื่อจดโดเมนเนม
...ยุโรปนิยมใช้ Blogs มากที่สุด

Blogs คือร้านค้าของเราบนโลกออนไลน์ เราสารมารถเอาอะไรมาวางขายที่ Blogs ก็ได้
เอาโฆษณามาติดที่ Blogs เราก็ได้ค่าโฆษณา

นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถเปิดช่อง YouTube ของเราเองและติดโฆษณาคลิป YouTube เพื่อหารายได้อีกช่องทางหนึ่งนะครับ


พอจะมองเห็นแนวทางการค้าขายออนไลน์หรือยังครับ
การค้าขายออนไลน์เริ่มได้ง่ายๆ ผมเริ่มจากศูนย์ ไม่มีความรู้ทางนี้มาก่อนเลย ยังทำได้

เหตุผลที่เราไม่ควรมองข้ามการค้าขายออนไลน์ คือ เพราะว่า..
...เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ทุกอย่างอยู่ในมือ
...Internet เป็นทุกอย่าง
แม้แต่เด็กๆที่เมื่อก่อน อยากรู้อะไรต้องถามพ่อแม่ ถามครู แต่เด็กๆสมัยนี้เขาถามgoogle อยากรู้อะไรถามgoogle
ยุคไทยแลนด์ 4.0 ยุคที่สมาร์ทโฟน คือ ปัจจัยที่ 5
คนทั้งโลกสือสารกันผ่านโลกออนไลน์ ผ่าน Social Media

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การทำปลาร้าสับปรุงสุก

ปลาร้าสับให้ละเอียด
หอม กระเทียม ข่า ตระไคร้ ในปริมาณที่พอเหมาะ ลงกระทะครัวให้สุก
แล้วนำมาบดให้ละเอียด
เอามาลงกระทะคลุกกับปลาร้าและพริกป่น
และตั้งไฟผักให้สุก


ปลาร้าผัดปรุงสุกแล้วโรยด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปลาร้าสับสมุนไพรยายแอ๋ว


ด้วยประสบการณ์เกือบ 20 ปี การันตีความอร่อย
ย่านร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
พี่น้องเพื่อนบ้านเฮา เหนือ ใต้ อิสาน พม่า ลาว เขมร
ที่มาทำงานย่านนี้ น้อยคนที่จะไม่รู้จัก......
"ปลาร้าสับสมุนไพรยายแอ๋ว"
ปรุงสุกแล้ว...
ถูกหลักอนามัย
สะอาด....
อร่อย...

ส่วนประกอบ
-ปลาร้า สับละเอียด
-ตะไคร้ บดละเอียด
-ข่า บดละเอียด
-พริกแห้ง บดละเอียด
-กระเทียม บดละเอียด
-หอมแดง บดละเอียด
-ใบมะกรูด หั่นเป็นฝอย
-มะขามเปียก

หากคุณชื่นชอบปลาร้าสับ ขอเชิญมาร่วมเป็นแฟนเพจได้ที่นี่...
http://www.facebook.com/plarasubfanpage

การทำปลาร้า


ปลาร้านับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านมาแต่โบราณกาลหลายร้อยปี
เป็นวิธีการเก็บรักษาอาหารไว้รับประทานได้นานที่สุด
และมีคุณภาพหรือคุณค่าทางอาหารยังคงเดิมหรือมากกว่าเดิม

วิธีการทำ
1.ล้างปลาให้สะอาด ถ้าเป็นปลาที่มีเกล็ดให้ถอดเกล็ดออกก่อน
และหากมีขนาดใหญ่ให้หั่นเป็นท่อนๆเพื่อที่ว่าเกลือจะได้ซึม
เข้าไปในเนื้อปลาได้ทั่วถึง
2.เอาไส้และขี้ออกจากตัวปลาให้หมดแล้วล้างให้สะอาด
3.เอาปลาทีล้างสะอาดแล้วมาคลุกเกลือไว้ 3วัน เพื่อรอให้เกลือซึมเข้าเนื้อปลาได้ทั่ว แล้วนำมาคลุกกับรำข้าวที่คั่วสุกแล้วหากต้อการให้ปลาร้ามีรสเปรี้ยวให้ใส่ข้าวคั่วที่ทุบแล้ว
4.บรรจุปลาร้าลงในไหหรือตุ่มที่ล้างสะอาดและแห้งแล้วโดยบรรจุไม่ไห้เต็ม ควรเว้นไว้ประมาณหนึ่งฝ่ามือหรือห้านิ้วจากขอบไหหรือตุ่ม แล้วใช้ผ้าและแผ่นพลาสติกปิดฝากไหหรือตุ่มใช้เชือดมัดให้แน่น ใช้ถุงขี้เถ่าทับอีกทีเพื่อป้องกันแมลงวันมาตอมหรือมาไข่ใส่
5.การเก็บไหปลาร้าควรเก็บไว้ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีแสงแดดส่องไม่ถึง
6.การหมักปลาร้าต้องใช้เวลาในการหมักปลาร้าไม่น้อยกว่าเก้าเดือนหรือหนึ่งปีขึ้นไปปลาร้าถึงจะมีกลิ่นหอมและปลอดภัยจากพยาธิ

หมายเหตุ.ปลาร้าที่หมักได้ไม่ถึงปี จะมีกลิ่นเหม็น มีสี่ดำและตัวปลาจะแข็ง อาจมีอัตรายได้หากรับประทาน

ข้อมูลจาก:น้องการ์ตูน ศิญาวรรณ

ข่า


สรรพคุณของข่า
1.ใช้เหง้าสดตำให้ละเอียดผสมกับน้ำปูนใส รับประทานครั้งละครึ่งแก้ว ช่วยขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเดิน และบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
2.ใช้รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อนและแก้ลมพิษ โดยใช้เหง้าสดตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาว ทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆจนกว่าจะดีขึ้น
3.สารสกัดจากข่านำมาประกอบเป็นยารักษาโรคได้หลายชนิด เช่น ยารักษาแผลสด แก้โรคปวดบวมตามข้อ แก้โรคหลอดลมอักเสบ ยาธาตุและยาขับลม
4.ใช้ไล่แมลง โดยนำเหง้ามาทุบหรือตำให้ละเอียดเพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมาแล้วนำไปวางบริเวณที่มีแมลง
5.ผลข่ามีสรรพคุณเหมือนกับเหง้า คือ ใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องล่วง ฆ่าเชื้อบิดและช่วยย่อยอาหาร ผงจากผลแห้งสามารถรักษาอาการปวดฟันได้ โดยนำไปบดและทาบริเวณที่ปวด

วิธีใช้ในการประกอบอาหาร
ข่าเป็นเครื่องเทศที่ใช้แต่งกลิ่นคาวพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น ต้มยำปลา ข้าวต้มปลา ต้มข่าไก่ เป็นส่วนผสมในน้ำพริกแกงต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนผสมของลูกแป้งที่ใช้ทำข้าวหมากและเหล้า ดอกและลำต้นอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสด

ที่มา:www.chuankin.com

มะกรูด


สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ใบ-มีน้ำมันหอมระเหย ใช้ประกอบอาหาร
ผล-ใช้แต่งกิง สระผม
ผิวจากลูก-เป็นยาขับลมในลำไส้
ราก-ถอนพิษ แก้ปวดท้อง แก้พิษฝีภายใน
ลูกมะกรูด-หมักดองเป็นยาดองเปรี้ยวเค็ม รับประทาน
ฝอกล้างและบำรุงโลหิต

สรรพคุณทางยา
ผลมะกรูดช่วยขับลมแก้จุกเสียด แก้ลมวิงเวียน
น้ำมะกรูดแก้เลือดออกตามไรฟัน ในมะกรูดประกอบด้วย
เบต้า-แคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบีสอง วิตามมินซี แคลเซี่ยมและโปรตีน
การนำไปใช้ ใช้ได้ทั้งผลและใบ
การใช้ผลมะกรูดจะปอกเอาแต่ผิวเปลือกใส่เป็นส่วนผสมในน้ำพริกแกงต่างๆ
น้ำมะกรูดใช้ปรุงรสเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อม
ถ้าผ่าครึ่งผลตามขวางทั้งเปลือกมักใส่ในแกงเทโพ
น้ำพริกทำยาขนมจีน ใบมะกรูดใช้ใส่ต้มยำ ต้มข่า ต้มแซบ
หรือซอยลงหน้าห่อหมก ฉู่ฉี่ พะแนง และใส่เป็นใส่เป็นส่วนผสมทอดมัน
ใบมะกรูด มหัศจรรย์กำจัดแมลงในข้าวสาร
ผลมะกรูด รักษาชันะตุและแผลบนหนังศรีษะด้วยมะกรูดได้
ใช้น้ำคั้นที่ได้จากผลมะกรูดหรือนำผลมะกรูดเผาไฟ
ผ่าซีกบีบเอาน้ำและน้ำมันจากผิวมะกรูด ผสมน้ำหนึ่งเท่า
ใช้สระผมแทนแชมพูแล้วล้างออก

ข้อมูลจาก:น้องการ์ตูน ศิญาวรรณ

กระเทียม


สรรพคุณต่างๆของกระเทียมมีดังนี้
1.ฆ่าเชื้อรา คือ กลาก เกลื่อน และเชื้อราที่เกิดตามเล็บ หนังศรีษะและผม
2.ฆ่าเชื้อยีสต์ชนิดที่ทำให้เกิดลิ้นขาวเป็นฝ้าในเด็กทารกและทำให้เกิดโรคมุตกิดระดูขาวที่มักจะเกิดในหญิงที่ตั้งครรถ์หรือกินยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะหรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ
3.ลดความดันโลหิตสูง
4.ลดไขมันและคอเลสเตอรอล
5.ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว
6.ลดน้ำตาลในเลือด
7.ฆ่าหรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแทบทุกชนิด กล่าวคือมีสารอัลลิชินที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่มัดทำให้เกิดโรคได้ถึงสิบห้าชนิด โดยเฉพาะยับยั้งเชื้อพวกที่ดื่อยาเพนนิชิลินได้ดีกว่าเชื้อพวกที่ไม่ดื่อยาอีกด้วย นอกจากนี้ยังฆ่าเชื้อบิดมีตัวที่มีพิษต่อลำไส้ได้ดี โดยมีสารที่สำคัญคือกาลิชิน รวมทั้งสามารถยับยั้งเชื้อบิดเทียมซึ่งไม่รบกวนแบคทีเรียตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อลำไส้
8.ยับยั้งเชื้อต่างๆเช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง และใช้รักษาแผลสด แผลที่เป็นหนอง คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เชื้อวัณโรคและเชื้อปอดบวม
9.รักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
10.เป็นยาขับเสมหะและมีฤทธิ์ขับเหงื่อและขับปัสสาวะ
11รักษาโรคไอกรน
12.แก้หืดและโรคหลอดลม
13.แก้ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย
14.ควบคุมโรคกระเพาะคือมีสารเอเอสหนึ่ง ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะและยังช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้ด้วย
15.ขับพยาธิต่างๆได้หลายชนิด ได้แก่ พยาธิเข็มหมุด พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้ายและมีรายงานทดสอบจากอินเดียว่ากระเทียมมีสารไดอัลลิลไดซัลไฟต์ มีฤทธิ์ใช้ฆ่าพยาธิไส้เดือนได้ดี
16.แก้เคล็ดขัดยอกและเท้าแพลงเพราะมีสารอัลลิชินเป็นตัวช่วยทำให้เลือดไหลเวียนมายังบริเวณที่ทาถูนวดยาได้ดีมากขึ้น
17.แก้ปวดข้อและปวดเมื่อย
18.ต่อต้านเนื้องอก
19.กำจัดพิษสารตะกั่ว
20.บำรุงรายกาย ประเทศญี่ปุ่นได้ค้นพบสารในกระเทียมชื่อ สดอร์ดินิน ไม่มีกลิ่น แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างรวมทั้งช่วยให้เนื้อเยื่อเจริญเติบโตและช่วยลดไขมันในร่างกาย
21.ยังมีผู้พบว่าในกระเทียมมีธาตุเจอร์เมเนี่ยมค่อนข้างสูงซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดมะเร็ง โรคหืด โรคไต โรคตับอ่อน และอาการท้องผูก รวมถึงมีสารชักนำวิตามินบีหนึ่งเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นเท่าตัว โดยรวมเป็นสารอัลลิลไทอะมิน ทำให้วิตามินบีหนึ่งออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นถึงยี่สิบเท่า
ที่มา:หนังสือพิมพ์ข่าวสด

....................................................................

หอมแดง


สมุนไพรที่มีสรรพคุณต้านหวัด โดยเฉพาะ"หวัด 2009"ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้

ซึ่งความจริงแล้วสมุนไพรที่มีสรรพคุณต้านเชื้อหวัดมีหลายชนิดนิยมใช้มาแต่โบราณ อยู่ที่ว่าใครจะเลือกใช้ชนิดใด ที่ฮือฮากันมากได้แก่ฟ้าทลายโจร ทุกคนทราบวิธีใช้กันดีแล้ว

หอมแดง สามารถต้านเชื้อหวัดได้ นิยมใช้มาแต่ดึกดำบรรพ์ เช่น เด็กเป็นหวัด หรือมีอาการคัดจมูกจะเป็นหวัด โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว นิยมเรียกว่า"ไข้หัวลม"เอาหอมแดงกะจำนวนพอประมาณ ทุบจนแตก ต้มจนเดือด ราดศรีษะเด็กขณะอุ่นหลังอาบน้ำเสร็จ 2-3 ขัน เศษหอมแดงที่ต้มขยี่ศรีษะเช็ดผมให้สะอาด อาการคัดจมูกหรือไข้หวัดหัวลมจะหายได้ นิยมทำตอนเย็น หรือหากผ้ใหญ่เป็นไข้หัวลมหรือเป็นหวัด เอาหอมหัวแดงกะจำนวนตามต้องการทุบพอแตกต้มจนเดือด แล้วใช้ผ้าคลุมศรีษะรมสูดเอาไอร้อนจากน้ำที่ต้ม หายใจลึกๆทำวันละครั้งก่อนนอน อาการที่เป็นจะหายได้ ซึ่งสูตรดังกล่าวสามารถใช้ป้องกันเชื้อหวัดทุกชนิดได้

หอมแดงมีคุณค่าทางอาหารคือ มีแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัสในสัดส่วนที่เหมาะสมกับการดูดซึมของร่างกาย มีเบต้าแคโรทีน มีสารฟลาโวนอยด์ โดยเฉพาะซิทีนเป็นเกราะกันมะเร็งให้กับคนได้ มีสารอาหารมากกว่าสิบชนิด

ที่มา:หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ตะไคร้


ตะไคร้เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุยาวนานหลายปี ลำต้นรวมกันเป็นกอ ใบยาวเรียวเล็ก ปลายแหลมสีเขียวเป็นใบเดียวออกสลับกัน หากสัมผัสขอบใบเร็วๆอาจทำให้บาดมือได้ ออกดอกเป็นช่อยาว ลักษณะดอกจะเป็นช่อฝอยเล็กๆ ตะไคร้นับว่าเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้มากมาย นอกจากจะนำไปประกอบอาหารได้แล้ว เหง้า กาบ และใบของตะไคร้มีน้ำมันหอมระเหยจำนวนมาก ปัจจุบันนี้จึงได้มีการนำตะไคร้ไปแปลรูปเป็นผลิตภัณฑ์ไล่ยุง สบู่ ยาดม ยาหม่อง และใช้เป็นสารแต่งกลิ่นสำหรับเครื่องสำอางบางชนิดด้วย
ประโยชน์ทางอาหาร ตะไคร้ถือว่าเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง ใช้แต่งกลิ่น รส ดับกลิ่นคาวของอาหารนานาชนิด ส่วนที่ใช้ในการประกอบอาหารคือเหง้า ลำต้นและใบ ส่วนเหง้าและลำต้นนับเป็นส่วนผสมสำคัญในการทำอาหารหลายชนิด เช่น น้ำพริกแกงทุกชนิด ต้มยำ ต้มส้ม ต้มโคล้ง แกงป่า ยำหอยนางรม พล่าปูม้า พล่ากุ้ง ฯลฯ ส่วนใบนั้นนิยมนำไปตากแห้งเก็บไว้ต้มทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร หากเป็นใบสดทางภาคเหนือนิยมนำไปขยี่กับเลือดสดหรือนำไปบดร่วมกันกับปูเวลาที่จะทำน้ำปู เพื่อลดกลิ่นคาวได้
สรรพคุณทางยา ช่วยระงับกลิ่นตัว ขับเหงื่อใคร แก้ปวดศรีษะ ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงร่างกาย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะและยังสามารถใช้ไล่แมลงได้ด้วย

ที่มา:siammoo.com

พริกแห้ง


ประโยชน์ของพริก
เมื่อรับประทาน พริกใช้รับประทานเป็นยาขับเสมหะ ยาฝาดสมาน ช่วยการย่อย เพิ่มความอบอุ่นในร่างกายและรักษาแผนในกระเพาะอาหารและลำไส้
เมื่อรับประทานพริกในช่วงแรกควรรับประทานแต่น้อยและค่อยๆเพิ่มขนาดจะทำให้ทางเดินอาหารค่อยๆปรับตัวรับความเผ็ดร้อนและความระคายเคืองของพริกโดยการเพิ่มการหลั่งสารเมือกและสร้างเนื้อเยื่อผิวกระเพาะอาหารและลำไส้เพิ่มขึ้น
พริกจะลดการเกิดสารกา็ซที่เกิดจากการย่อยอาหารและการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อท้องที่เกิดจากท้องอืดท้องเฟ้อ


พริกยังใช้ป้องกันหวัด การกินพริกก่อนอาหารหรือพร้อมอาหารจะแก้อาการเบื่ออาหารได้
พริกเมื่อรับประทานในรูปอาหารในตอนแรกจะทำให้เกิดความเผ็ดร้อนบริเวณริมฝีปากและช่องปากแต่ต่อมาจะทำให้รู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นสบาย ซึ่งความเผ็ดร้อนนี้ทำให้ลดลงได้ด้วยอาหาร บางคนที่มีความไวต่อพริกมาก เมื่อรับประทานพริกจำนวนมากโดยเฉพาะเมื่อเริ่มต้น ไม่เพียงแต่จะทำให้ริมฝีปากและช่องปากเผ็ดร้อน ยังทำให้ระคายเคืองต่อทางเดินอาหารส่วนอื่นด้วย ผลการวิจัยเป็นจำนวนไม่น้อยพบว่าเมื่อรับประทานอย่างถูกวิธีพริกจะไม่ทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้ แต่จะช่วยให้เกิดการสมานแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้อีกด้วย
ที่มา:น้องการ์ตูน ศิญาวรรณ

..................................................................

มะขามเปียก



ประโยชน์ของมะขามเปียก
มะขามเปียกถือเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณในเรื่องของระบบขับถ่าย ถ้าเกิดท้องผูกขึ้นมาก็ให้หยิบมะขามเปียกมาจิ้มเกลือรับประทานสักฝักสองฝักเป็นอันได้ผล แต่เรื่องของความสะอาดนั้นถือว่าสำคัญมาก เพราะฉะนั้นก่อนที่จะหยิบมะขามเปียกมารับประทาน ต้องดูให้แน่ใจว่ามีสิ่งสกปรกหรือเชื้อราเกิดขึ้นหรือเปล่า แต่ทางที่ดีควรนำเข้าตู้ไมโครเวฟก่อน ถ้าเป็นไปได้ให้ซื้อมะขามเปียกซึ่งมีจำหน่ายเป็นฝักๆมาแกะเปลือกไว้กินเองดีกว่า
อีกปัญหาหนึ่งของผู้ที่นิยมกักตุนมะขามเปียกไว้ใช้ แต่แล้วผ่านไปไม่นานสีของเนื้อมะขามที่เคยออกโทนน้ำตาล กลับกลายเป็นสีดำไม่น่ารับประทาน ฉะนั้นหลังจากได้มะขามเปียกมา ให้บรรจุลงในภาชนะที่ไม่ใช่อลูมิเนี่ยม โรยเกลือแกงเม็ดใหญ่ๆบริเวณด้านบน ปิดฝาให้สนิท
เพียงเท่านี้ก็จะได้รับประทานมะขามเปียกสีสันตามธรรมชาติและถ้าใครท้องผูกก็อย่าลืมหันมาทานมะขามเปียกกันดูจะได้มีระบบขับถ่ายที่ดี

ที่มา:เดลินิวส์

......................................................

ปลาร้าทอดทรงเครื่อง


วัตถุดิบ
-ปลาร้าชิ้นโตๆ
-ใบมะกรูดหั่นฝอยหรือทอดก็ได้
-พริกแห้งทอดหรือพริกขี้หนูสดหั่น
-หอมแดงหั่นฝอย
-น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ
-ตั้งน้ำมันให้ร้อนพอประมาณ ใส่ปลาร้าที่เตรียมไว้ทอด
ลงกระทะทอดให้สุก ตักขึ้นใส่ตะแกรง
-เวลาเสริ์ฟ นำปลาร้ามาวางใส่จาน
โรยหน้าด้วยหอมแดงหั่นฝอย ใบมะกรูดหั่นหรือทอดก็ได้
พริกแห้งทอด (ถ้าไม่ชอบพริกแห้งทอดให้ใช้พริกขี้หนูสด
หั่นแทนได้)บีบน้ำมะนาวราดหน้า
รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ
........อร่อยสุดๆเลยหละ.....

ข้อมูลจากน้องการ์ตูน ศิญาวรรณ

การทำน้ำปลาจากปลาร้า

ปลาร้าเป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทยเราอยู่แล้ว
การนำเอาปลาร้ามาแปรสภาพเป็นน้ำปลาเพื่อใช้ในครัว
นับว่าเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการที่เราทำเอง
จากสิ่งที่เรามีอยู่แล้วในครัว นอกจากจะเป็นการประหยัด
แล้วยังสะอาดด้วยเพราะว่าเราทำเอง

วัตถุดิบและอัตราส่วนในการทำ
-ปลาร้า 1 กิโลกรัม
-น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
-เกลือทะเล 2 กิโลกรัม
-น้ำสะอาด 6 ลิตร

วิธีทำ
นำเอาเกลือและน้ำตาลทรายมาละลายน้ำ 6 ลิตรนั้น
แล้วเอาไปต้มให้เดือด
ถ้าเกลือสกปรกมากให้กรองด้วยผ้าดิบแล้วปล่อยให้เย็นลง
เมื่อเย็นลงแล้วก็ให้เทลงใส่ในถังหมักที่มีปลาร้าใส่ไว้แล้ว
ถังหมักนั้นควรปิดฝาแล้วตั้งตากแดดไว้
หมักไว้ประมาณ 2-3 เดือน ก็จะได้เป็นน้ำปลา
นำเอาน้ำปลามากรองอีกครั้ง
เพื่อทำให้น้ำปลาใสน่ารับประทาน
ก่อนบรรจุลงในขวดเก็บไว้ใช้ต่อไป

ข้อมูลจาก:น้องการ์ตูน ศิญาวรรณ

แกงอ่อม

ส่วนประกอบต่างๆโดยประมาณ
-เนื้อ(หมู,ไก่,ปลา,หรืออะไรก็ได้ที่ชอบ) 200 กรัม
-ผักกวางตุ้ง 2 ถ้วยตวง
-ต้นหอม 1 ถ้วยตวง
-ผักชีลาว 1 ถ้วยตวง
-ยอดฝักทอง 1 ถ้วยตวง
-ใบตำลึง 1 ถ้วยตวง
-ใบแมงลัก 1/2 ถ้วยตวง
-ใบมะกรูด 1/4 ถ้วยตวง
-น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง

เครื่องปรุงน้ำแกง
-พริกแห้ง 8 เม็ด
-หัวหอม 1/2 ถ้วยตวง
-กระเทียม 1/4 ถ้วยตวง
-ข่า 1/4 ถ้วยตวง
-ตะไคร้ 1/2 ถ้วยตวง
-รากผักชี 1ช้อนโต๊ะ
-ลูกผักชี 1ช้อนโต๊ะ
-กะปิ 1/2ช้อนโต๊ะ
-น้ำปลาร้า 2ช้อนโต๊ะ
-พริกขี้หนูทุบพอแตก 2ช้อนโต๊ะ
-น้ำปลา ชูรสเล็กน้อย


วิธีทำ
1.โขลกพริกแห้ง ข่า ตะไคร้ รากผักชีเข้าด้วยกัน ตามด้วยหัวหอม กระเทียม กะปิ ให้ละเอียด
2.นำเนื้อหั่นชิ้นพอดีใส่หม้อตั้งไฟ นำเครื่องแกงที่โขลกไว้ลงไปคั่วกับเนื้อให้หอม ใส่ใบมะกรูด พริกขี้หนูพอแตกแล้วเติมน้ำทิ้งไว้ให้เดือด
3.พอน้ำเดือดใส่ผักกวางตุ้ง ตามด้วยยอดฝักทอง ใบตำลึง ต้นหอม ผักชีลาว ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำปลา ชูรสเล็กน้อย ชิมรสตามชอบ
4.ยกลงเสริ์ฟโรยหน้าด้วยใบแมงลัก

ข้อมูลจาก..น้องการ์ตูน ศิญาวรรณ

ส้มตำปูปลาร้า



ใครชอบส้มตำอ่านตรงนี้ การ์ตูนมีสูตรเด็ดๆมาฝากจ้า
ส่วนผสมโดยประมาณ...
มะละกอสับ 2 ถ้วยตวง
ลูกมะกอกสุก 2 ผล
มะเขือเทศสีดา 5 ผล
พริกขี้หนูสด 10 เม็ด
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
ปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ
ปูสดหรือปูดอง 3-4ตัว
กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ
น้ำตาลปี๊บ 1/2ช้อนโต๊ะ
ใส่ชูรสตามชอบ

วิธีทำ
1.โขลกพริกกับกระเทียมพอแตก
2.ใส่เส้นมะละกอที่สับไว้ ตามด้วยเครื่องปรุง(ส่วนผสม)ทุกอย่างคลุกให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
3.ตักใส่จานเสริ์ฟพร้อมกับผักสด

ข้อมูลจาก..น้องการ์ตูน ศิญาวรรณ
....................................................
แนะนำช้อปปิ้งออนไลน์ราคาถูกๆจ้า

เครื่องใช้ในครัว http://ho.lazada.co.th/SHNuNo

สินค้าอุปโภคบริโภค http://ho.lazada.co.th/SHNuVB

เครื่องใช้ไฟฟ้า http://ho.lazada.co.th/SHNjX2

ตกแต่งบ้าน อุปกรณ์ของใช้ในบ้าน http://ho.lazada.co.th/SHO1mI
Blue House Website|Blue House Website